2026 Bault Lineage VCT Pacific Series 1 การ์ดนักกีฬา VALORANT โซนแปซิฟิกกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความคึกคักให้กับคอมมูนิตีของแฟน ๆ ในหลายประเทศทันที หลังจากที่มันถูกพรีเซลครั้งแรกในช่วง VCT Pacific Stage 2 Finals Busan
ด้วยความที่จำนวนคนที่ได้โอกาสเปิดการ์ดเองกับมือกับจำนวนของเหล่าเอฟซีที่อยากครอบครองการ์ดของผู้เล่นที่พวกเขาชื่นชอบนั้นมีจำนวนต่างกันมาก ทำให้คนที่ถือการ์ดนี้ชุดแรกเหมือนกับได้เป็นหัวแถวเบา ๆ เพราะจากการ์ดซองละ 9,000 วอน หรือประมาณ 230 บาท ที่ภายในบรรจุการ์ดแบบสุ่ม 10 ใบ นั้น พวกเขาสามารถปล่อยการ์ดเบส(การ์ดธรรมดา)ของนักแข่งบางคนในราคา 200-300 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าแทบคืนทุนค่าซองไปเลย

การ์ดจากหลายทีมในลีกถูกนำมาวางให้แฟน ๆ เลือกชม
แถมถ้าหากเป็นการ์ดแรร์เช่น การ์ดรันนัมเบอร์, การ์ดชิ้นส่วนเสื้อแข่ง หรือ การ์ดลายเซ็นเพลเยอร์ แล้วล่ะก็ มูลค่าอาจะพุ่งไปแตะหลักพันต่อใบได้เช่นกัน
แน่นอนว่า ราคาเหล่านี้ไม่ได้เท่ากันในทุกประเทศ เพราะความต้องการของแฟนแต่ละตลาดแตกต่างกันออกไป แต่ภาพที่เกิดขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่า การ์ดนักแข่ง VALORANT ชุดนี้จะเป็นมากกว่าแค่ของสะสม และจะมีคนทำเงินจากมันได้จริงไหม?
เมื่อการ์ดถูกเปิดออกมามากขึ้น บางคนอาจได้การ์ดที่ตัวเองไม่ได้ต้องการ ขณะที่อีกฝั่งกำลังตามหาการ์ดของนักแข่งบางคนอยู่พอดี สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ การแลกเปลี่ยนและซื้อขายกันในกลุ่มแฟน ๆ

แฟน ๆ กำลังตรวจดูการ์ดนักแข่งที่มีอยู่ร่วมกัน
สำหรับในคอมมูนิตีไทย การ์ดของ Primmie และเหล่าสมาชิกทีม FULL SENSE ถือเป็นกลุ่มการ์ดที่แฟน ๆ ให้ความสนใจโดยการ์ดเบสธรรมดาของนักแข่งบางคนเคยมีการซื้อขายกันในระดับใบละ 200-300 บาทมาแล้ว เช่นเดียวกับการ์ดของผู้เล่นในทีมดัง PAPER REX และเหล่าทีมเกาหลีทั้ง T1, Gen.G, KRX หรือ Nongshim Redforce
และยิ่งถ้าเป็นการ์ดลายเซ็นของ Primmie ราคาก็ขยับขึ้นไปถึงระดับหลักพันบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความต้องการไม่ได้อยู่แค่การอยากสะสมการ์ดให้ครบชุด แต่แฟนบางส่วนต้องการ “การ์ดของคนที่ตัวเองชอบ” เป็นพิเศษ
แต่หากจะเทียบคอมมูนตีฝั่งญี่ปุ่น พวกเขาก็มีตลาดในแบบของตัวเอง เช่นการ์ดของ Meiy ผู้เล่นสุดหล่อมากฝีมือจากทีม DetonatioN FocusMe คือ หนึ่งในการ์ดที่ฮิตที่สุด โดยผู้ที่สะสมการ์ดนี้ได้เผยข้อมูลว่า มีการตามหาการ์ดลายเซ็นของเขาในราคาประมาณ 5,000 บาท มาแล้ว ขณะที่การ์ดเบสธรรมดาของเจ้าตัวก็ขายออกได้ง่าย ๆ ในราคา 2,500 เยน หรือประมาณ 530 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่คุณสามารถซื้อซองใหม่มาเปิดเองได้ถึง 2 ซอง

การ์ดในชุดมีนักแข่งจากทีมต่าง ๆ ใน VCT Pacific
เรื่องนี้ทำให้เห็นภาพอย่างหนึ่งว่า ต่อให้เป็นการ์ดใบเดียวกันแต่ความต้องการของแต่ละประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
และเมื่อเป็นแบบนั้น การ์ด VALORANT จึงเริ่มมีตลาดเล็ก ๆ ของตัวเองที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในงานแข่งขันหรือร้านค้าที่วางจำหน่าย แต่สามารถเดินทางต่อไปในคอมมูนิตี้ของนักสะสมและแฟนเกมได้

ผู้เข้าชมกำลังพิจารณาการ์ดที่จัดแสดงบนโต๊ะ
คำถามคือ แล้วคนที่จริงจังกับเรื่องนี้สามารถทำเงินจากการ์ดนักแข่งได้มากแค่ไหน?
ถ้ามองจากราคาที่เกิดขึ้นในตลาดตอนนี้ ก็ต้องบอกว่ามีช่องว่างให้เห็นอยู่พอสมควร เพราะการ์ดหนึ่งใบอาจซื้อมาในราคาที่รวมอยู่กับซองสุ่ม แต่เมื่อนำออกมาขายต่อ กลับมีคนพร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่า หากการ์ดใบนั้นตรงกับสิ่งที่พวกเขากำลังตามหา
แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกใบจะขายได้ราคาดี หรือการ์ดทุกใบจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของตลาดนี้อาจเป็นคำว่า “ความนิยม”
วันนี้การ์ดของ Primmie อาจเป็นหนึ่งในนักแข่งที่แฟนไทยตามหาการ์ด ขณะที่ Meiy มีฐานแฟนที่พร้อมจ่ายเพื่อการ์ดของเขาในญี่ปุ่น แต่ในระยะยาว ความต้องการเหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามผลงานของนักแข่ง ความสำเร็จของทีม รวมถึงความนิยมของตัวเกม VALORANT เองด้วย
แต่ถ้าเกมยังมีการแข่งขันที่ได้รับความสนใจ มีผู้ชมติดตาม VCT และนักแข่งยังสามารถสร้างฐานแฟนใหม่ ๆ ได้ การ์ดที่อยู่ในมือของนักสะสมก็อาจยังมีคนต้องการ และมูลค่าอาจจะสูงกว่าที่เป็นอยู่ตอนนีได้
แต่กลับกันหากความนิยมของเกมลดลง คำถามก็จะตามมาว่า คนที่พร้อมจ่ายเงินเพื่อการ์ดเหล่านี้จะยังมีมากแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว การ์ดนักแข่งไม่ได้มีมูลค่าแค่จากกระดาษหรือรูปที่อยู่บนการ์ด แต่มันผูกอยู่กับเรื่องราวของนักแข่ง ทีม และความผูกพันของแฟน ๆ กับเกมนี้
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับการ์ดหลายชนิดที่มีมาก่อน โดยเฉพาะการ์ดกีฬาอย่าง ฟุตบอล, บาสเกตบอล หรือ เบสบอล ที่ราคาของการ์ดนั้นมีผลโดยตรงจากผลงานของนักกีฬาแต่ละคน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าการ์ดนักแข่ง VALORANT จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลขที่อยู่บนตลาดซื้อขาย แต่คือความหมายของการ์ดใบนั้นสำหรับคนที่เป็นเจ้าของ
เพราะวันนี้การ์ดของนักแข่งคนหนึ่งอาจมีราคาหลักร้อย หลักพัน หรืออาจสูงกว่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมของเกม ผลงานของผู้เล่น หรือกระแสในวงการก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ดังนั้น สำหรับคนที่กำลังเข้าสู่โลกของการสะสมการ์ดนักแข่ง สิ่งสำคัญอาจเป็นการสะสมอย่างมีสติ ซื้อในระดับที่ตัวเองไหว และเลือกเก็บการ์ดที่ทำให้ตัวเองมีความสุข มากกว่าการมองทุกใบเป็นเพียงโอกาสในการทำกำไร
เพราะท้ายที่สุดแล้ว มูลค่าที่เป็นตัวเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าความรู้สึกที่เรามีต่อการ์ดใบนั้น

นักสะสมถือการ์ด Mako ท่ามกลางการ์ดใบอื่น ๆ จากชุด VCT Pacific
การได้เก็บการ์ดของนักแข่งที่ตัวเองชื่นชอบ การมีการ์ดของทีมที่ตัวเองตามเชียร์ หรือการได้ย้อนกลับมามองการ์ดใบหนึ่งแล้วนึกถึงการแข่งขันที่เคยดูด้วยกัน อาจเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถตีออกมาเป็นราคาได้ และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดของการสะสมการ์ดของนักกีฬาอีสปอร์ตที่คุณชื่นชอบ




